แชร์

พฤติกรรมกระตุ้นตัวเองคืออะไร สังเกตพฤติกรรมได้อย่างไร

พฤติกรรมกระตุ้นตัวเองคืออะไร สังเกตพฤติกรรมได้อย่างไร

      พฤติกรรมกระตุ้นตัวเอง (Self-Stimulation) พบได้ในเด็กออทิสติก ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ผู้ปกครองมีความกังวลใจเป็นอย่างมาก สาเหตุเกิดจากความผิดปกติของการประมวลผลประสาทความรู้สึก (Sensory Processing) ส่งผลต่อกระบวนการบูรณาการประสาทความรู้สึก (Sensory Integration Process) ในการปรับตัวต่อสิ่งเร้าที่เข้ามา เพื่อให้เกิดการตอบสนองที่เหมาะสมในสถานการณ์ต่าง ๆ หากเด็กได้รับสิ่งเร้าที่เข้ามากระตุ้นมากหรือน้อยเกินไป มักจะแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และการเรียนรู้ในการแก้ปัญหานั้น ๆ  

      พฤติกรรมกระตุ้นตัวเอง เป็นหนึ่งในอาการของพฤติกรรมซ้ำหรือพฤติกรรมจำกัดในเด็กออทิสติก เป็นลักษณะของการทำพฤติกรรมบางอย่างซ้ำ ๆ ที่มีการเคลื่อนไหวของแขน ขา และลำตัว ซึ่งการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ นี้มีการเคลื่อนไหวน้อยไปจนถึงการเคลื่อนไหวมาก และการมีพฤติกรรมกระตุ้นตัวเอง ส่งผลให้ความสนใจต่อสิ่งแวดล้อมรอบข้างลดลงไปด้วย 

      พฤติกรรมกระตุ้นตัวเองที่พบได้บ่อย คือ กระโดด สะบัดมือ เล่นมือ หมุนตัว เดินเขย่ง โยกตัว เป็นต้น อาจพบพฤติกรรมทุกหัวข้อหรือพบพฤติกรรมบางหัวข้อก็ได้  
ลักษณะพฤติกรรมกระตุ้นตัวเองอื่น ๆ ที่สามารถพบได้ ได้แก่


1. เล่นเส้นผมของผู้อื่น ชอบสัมผัสเส้นผม
2. ส่งเสียงดัง ๆ เป็นเสียงที่เด็กส่งเสียงเองในหลาย ๆ โทนเสียง
3. ติดถือของในมือตลอดเวลา
4. โยนของ ทิ้งของลงพื้น คว่ำตะกร้าของให้กระจาย
5. ทำร้ายตนเองเมื่อเกิดความไม่พอใจ เช่น นำศีรษะโขกกำแพง ทุบอก ตี หยิก ข่วน นอนทิ้งตัวกับพื้นแรง ๆ 
6. ติดการเคี้ยว เช่น ต้องเคี้ยวหลอดพลาสติกตลอดเวลา
7. วิ่งไปมาเป็นเส้นตรง ไม่แสดงอาการเหนื่อยหรือหยุดพัก 
8. ชอบการสัมผัส เช่น การกอด หอมแก้ม 
9. สะบัดศีรษะ โยกศีรษะ

แนวทางการปรับพฤติกรรม

      ผู้ปกครองควรส่งเสริมให้เด็กทำกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงาน ผ่านการชักชวนให้เด็กเลือกของเล่นที่สนใจ จากนั้นให้ผู้ปกครองเข้าไปมีส่วนร่วมในการเล่นกับตัวเด็กด้วย เช่น พาไปสนามเด็กเล่น ชวนเล่นสไลเดอร์ นั่งชิงช้า กระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง เป็นต้น โดยกิจกรรมที่ใช้ในการฝึกกระตุ้นเพื่อปรับลดพฤติกรรม ควรเป็นกิจกรรมที่มีจุดมุ่งหมายและจุดสิ้นสุดของการทำกิจกรรมที่ชัดเจน


บทความที่เกี่ยวข้อง
เทคโนโลยีกับออทิสติก (Technology & Autism: The Future is Now)
ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญมากในการช่วยเหลือบุคคลออทิสติก ในด้านต่างๆ เช่น การสื่อสาร การศึกษา การบำบัด การใช้ชีวิตประจำวัน การวินิจฉัยและติดตามอาการ
ต้องให้ลูกดูจอแบบไหน ไม่เสี่ยงพัฒนาการช้า ออทิสติก!!!
Screen Time และ “Virtual Autism” การใช้หน้าจอมากเกินไปในเด็กเล็ก อาจทำให้เด็กแสดงพฤติกรรม “คล้ายออทิสติก” ได้ในบางกรณี อาการที่พบอาจดูเหมือนออทิสติก แต่ไม่ได้หมายความว่าเด็กเป็นออทิสติกจริงเสมอไป ต้องประเมินอย่างรอบด้านก่อนวินิจฉัย
ภาวะการแพ้กลูเตน และโรคเซลิแอค กับ เด็กออทิสติก
•กลูเตนคือโปรตีนที่พบในข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวไรย์ และมอลต์ •ใช้เป็นสารเพิ่มความหนืด รสชาติ หรือความคงตัวในอาหาร •แม้ข้าวโอ๊ตจะไม่มีกลูเตนโดยธรรมชาติ แต่เสี่ยงปนเปื้อน จึงมักแนะนำให้หลีกเลี่ยง •อาหารที่มักมีกลูเตน ได้แก่ พิซซ่า แครกเกอร์ พาสต้า คุกกี้ ขนมปัง เบเกิล และเบียร์
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy