แชร์

เทคโนโลยีกับออทิสติก (Technology & Autism: The Future is Now)

เทคโนโลยีกับออทิสติก (Technology & Autism: The Future is Now)

ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญมากในการช่วยเหลือบุคคลออทิสติก ในด้านต่างๆ เช่น
  • การสื่อสาร
  • การศึกษา
  • การบำบัด
  • การใช้ชีวิตประจำวัน
  • การวินิจฉัยและติดตามอาการ
เทคโนโลยีช่วยเปิดโอกาสให้บุคคลออทิสติกเข้าถึงการดูแลที่มีความเฉพาะบุคคลมากขึ้น และช่วยเพิ่มความเป็นอิสระในชีวิตจริง 

1. เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสาร

ในอดีต การสื่อสารทางเลือกมีข้อจำกัด แต่ปัจจุบันมีเครื่องมือที่หลากหลาย เช่น
  • AAC (Augmentative and Alternative Communication)
  • แอปสื่อสารบนแท็บเล็ตและสมาร์ตโฟน
  • โปรแกรมสร้างประโยคด้วยภาพหรือเสียง
  • เครื่องพูดอัตโนมัติ
  • เครื่องมือใหม่
  • แอป AI ช่วยสร้างข้อความ
  • โปรแกรมฝึกภาษา
  • ระบบสื่อสารแบบสะกดคำ
  • ประโยชน์
  • เด็กที่ไม่พูดสามารถสื่อสารได้
  • ลดความหงุดหงิด
  • เพิ่มการมีส่วนร่วมทางสังคม 
2. เทคโนโลยีด้านการเรียนรู้และการศึกษา

เครื่องมือการเรียน
  • โปรแกรม Computer-assisted instruction (CAI)
  • แอปเรียนรู้เฉพาะบุคคล
  • Smart boards
  • สื่อ interactive
ประโยชน์
  • ปรับระดับตามความสามารถเด็ก
  • เพิ่มแรงจูงใจ
  • ลดความเครียดจากห้องเรียนแบบเดิม
เด็กออทิสติกมักเรียนรู้ได้ดีผ่านภาพ เสียง และระบบโครงสร้างชัดเจน ซึ่งเทคโนโลยีตอบโจทย์ตรงจุดนี้ 

‍3. เทคโนโลยีด้านการบำบัดและการรักษา

Telehealth / Virtual Therapy
  • ทำบำบัดทางไกล
  • เพิ่มการเข้าถึงพื้นที่ห่างไกล
  • ลดภาระการเดินทาง
VR / AR Therapy
  • ฝึกทักษะสังคม
  • จำลองสถานการณ์ชีวิตจริง
  • ฝึกการจัดการอารมณ์
AI และ Data Tracking
  • วิเคราะห์พฤติกรรม
  • ช่วยวางแผนการบำบัดเฉพาะบุคคล 

4. Wearable Technology และอุปกรณ์ติดตาม

ตัวอย่างอุปกรณ์

  • Smartwatch
  • Sensor วัดการเคลื่อนไหว
  • อุปกรณ์วัดชีพจรและความเครียด
ประโยชน์
  • แจ้งเตือนก่อนงอแง โวยวาย
  • ติดตาม sleep pattern
  • วิเคราะห์ sensory overload
  • ช่วยให้ผู้ดูแลเข้าใจพฤติกรรมได้ดีขึ้น 

5. Smart Home และการใช้ชีวิตอิสระ

เทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะช่วยให้บุคคลออทิสติกใช้ชีวิตได้อิสระ เช่น

  • ระบบเตือนเวลา
  • ควบคุมไฟและอุปกรณ์ด้วยเสียง
  • ตัวช่วยจัดกิจวัตรประจำวัน
ส่งผลช่วยเพิ่ม
  • ความมั่นใจ
  • ความปลอดภัย
  • ทักษะการดูแลตนเอง 
6. เทคโนโลยีด้านความปลอดภัย
  • GPS tracker ป้องกันการหลง
  • แอปติดตามตำแหน่ง
  • อุปกรณ์แจ้งเตือนฉุกเฉิน
  • มีความสำคัญมากสำหรับเด็กที่มีพฤติกรรมหนีออกจากบ้าน (elopement)

7. ข้อควรระวังในการใช้เทคโนโลยี

  • ไม่ควรแทนการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ทั้งหมด
  • ต้องคำนึงถึงระยะเวลาในการดูจอ
  • ต้องเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับเด็กแต่ละคน
  • ผู้ปกครองควรมีส่วนร่วมในการใช้

บทความที่เกี่ยวข้อง
สมาธิสั้น เเละ ออทิสติก มักถูกวินิจฉัยสลับกัน สิ่งที่พ่อแม่ควรรู้!!
ADHD (ภาวะสมาธิสั้น) และ Autism (ออทิสติก) มีอาการทับซ้อนกันจำนวนมาก ทำให้ แพทย์อาจวินิจฉัยผิดพลาด หรือเด็กถูกมองข้ามการวินิจฉัยโรคหนึ่ง ซึ่งส่งผลให้การช่วยเหลือไม่ตรงจุด
การบำบัดออทิสติกด้วยการกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม (Environmentally Enriched Autism Therapy)
การบำบัดแบบนี้เป็นแนวทางที่ใช้ “สิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสิ่งกระตุ้นเชิงบวก” เพื่อช่วยให้สมองของเด็กออทิสติกเกิดการเรียนรู้และการพัฒนาได้ดีขึ้น
ทีเอ็มเอส  (TMS) รักษาอาการหลักของโรคออทิสติก (ASD) ได้แล้ว
เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 2024 ในวารสารการแพทย์เฮลิยอน มีบทความตีพิมพ์ฉบับล่าสุดเกี่ยวกับการทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบ (systematic review) สำหรับการรักษาโรคออทิสติกด้วยเครื่องกระตุ้นคลื่นแม่เหล็กผ่านสมอง (Yuan, 2024) นี่เป็นอีกครั้งที่ TMS (Transcranial Magnetic Stimulation)
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy