แชร์

กิจวัตรประจำวัน เรื่องเล็ก ๆ ที่สำคัญ

          การช่วยเหลือตนเองในการทำกิจวัตรประจำวัน เป็นทักษะสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ผู้ปกครองควรส่งเสริมให้เด็กมีพื้นฐานที่ดี เพราะกิจวัตรประจำวันเป็นสิ่งจำเป็นที่เด็กทุกคนต้องทำประจำไม่ว่าจะเป็น การรับประทานอาหาร การแต่งกาย การขับถ่าย และการดูแลความสะอาดของร่างกาย

ความสำคัญของการทำกิจวัตรประจำวัน

· พัฒนาทักษะด้านการช่วยเหลือและพึ่งพาตนเอง

· สร้างวินัยในการดูแลตนเอง

· มีสุขอนามัยที่ดี

· จัดการเวลาในแต่ละวันได้ดีขึ้น

· ส่งเสริมพัฒนาการและสติปัญญา

พัฒนาการด้านการช่วยเหลือตนเอง

· เด็กวัย 1-2 ปี : ถือถ้วยน้ำดื่มเอง เลียนแบบการทำงานบ้าน ใช้ช้อนส้อมเพื่อรับประทานอาหาร

· เด็กวัย 2-3 ปี : ใช้ช้อนตักอาหารกินเองได้โดยไม่หก ดูดน้ำจากหลอด ล้างและเช็ดมือ บอกได้เมื่อต้องการจะขับถ่าย แปรงฟันโดยต้องช่วยเหลือ

· เด็กวัย 3-4 ปี : จัดอาหารหรือรินน้ำได้เอง แต่งตัวโดยมีคนช่วยแนะนำ แปรงฟันโดยต้องช่วยตรวจสอบความสะอาด

· เด็กวัย 4-5 ปี : ไปห้องน้ำเพื่อขับถ่ายและทำความสะอาดหลังอุจจาระได้เอง ใส่กระดุมขนาดเล็ก แปรงฟันได้เอง

· เด็กวัย 5-6 ปี : แต่งตัวได้เอง

แนวทางการฝึกการทำกิจวัตรประจำวัน

· ควรฝึกให้เด็กทำกิจวัตรประจำวันในสถานการณ์จริง และฝึกทุกวันอย่างสม่ำเสมอ

· เริ่มต้นการฝึกโดยผู้ปกครองทำเป็นตัวอย่างและชวนให้เด็กทำตาม เพื่อให้เด็กเข้าใจขั้นตอนในการทำกิจกรรมมากขึ้น

· หากเด็กไม่สามารถทำกิจกรรมได้เลย ให้ผู้ปกครองช่วยเหลือโดยการจับมือทำในครั้งแรกก่อน

· เมื่อเด็กเริ่มทำกิจกรรมได้แล้ว ให้ผู้ปกครองค่อย ๆ ลดการช่วยเหลือลง เพื่อให้เด็กทำกิจกรรมด้วยตนเองมากที่สุด

· เมื่อเด็กทำกิจกรรมได้แล้ว ให้ผู้ปกครองช่วยแนะนำในบางขั้นตอนและกระตุ้นให้เด็กทำกิจกรรมด้วยตนเองโดยไม่ต้องช่วยเหลือ


บทความที่เกี่ยวข้อง
ดนตรี, VR และการบำบัดแนวใหม่ในออทิสติก
การบำบัดออทิสติกกำลังพัฒนาไปสู่รูปแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีและกิจกรรมสร้างสรรค์ ในบทความนี้เราจะมากล่าวถึง ดนตรีบำบัด (Music Therapy) และ Virtual Reality (VR) ว่าสามารถช่วยพัฒนาด้านใดได้บ้าง
การบำบัดออทิสติกด้วยการกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม (Environmentally Enriched Autism Therapy)
การบำบัดแบบนี้เป็นแนวทางที่ใช้ “สิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสิ่งกระตุ้นเชิงบวก” เพื่อช่วยให้สมองของเด็กออทิสติกเกิดการเรียนรู้และการพัฒนาได้ดีขึ้น
ปัญหาการนอนหลับในเด็กออทิสติก
เด็กออทิสติกสามารถเรียนรู้ที่จะนอนได้ แต่ต้องอาศัยความเข้าใจในตัวเด็กแต่ละคน และต้องอิงทั้งพฤติกรรม สิ่งแวดล้อม และการตอบสนองทางประสาทสัมผัส
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy