แชร์

ความวิตกกังวลในออทิสติก เรื่องธรรมดาที่สำคัญ!!

ความวิตกกังวลในออทิสติก เรื่องธรรมดาที่สำคัญ!!
  • ความวิตกกังวล (Anxiety) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยมากในบุคคลออทิสติก
  • งานวิจัยระบุว่า มากกว่า 40-50% ของเด็กออทิสติกมีภาวะวิตกกังวลในระดับที่ต้องการการดูแล
  • ความวิตกกังวลในออทิสติกอาจ ดูต่างจากในคนทั่วไป บางครั้งแสดงออกทางพฤติกรรม เช่น การหลีกเลี่ยง การทำพฤติกรรมซ้ำ หรือการระเบิดอารมณ์ แทนการพูดบอกความรู้สึก

สาเหตุหลักของความวิตกกังวลในออทิสติก

1. ความไวต่อสิ่งเร้าทางประสาทสัมผัส (Sensory Sensitivity)

  • เด็กออทิสติกอาจไวต่อเสียง แสง กลิ่น หรือสัมผัส
  • สิ่งเล็ก ๆ เช่นเสียงพัดลมหรือเสื้อผ้าที่คัน สามารถกระตุ้นความเครียดและทำให้รู้สึก ถูกคุกคาม
  • เมื่อสะสมเป็นเวลานาน จะกลายเป็นความวิตกกังวลเรื้อรัง
2. ความไม่สามารถคาดเดาเหตุการณ์ได้ (Unpredictability)
  • การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในกิจวัตร เช่น ตารางเรียนหรืออาหารเช้าไม่เหมือนเดิม อาจสร้างความตื่นตระหนก
  • เด็กออทิสติกจึงมักต้องการกิจวัตรที่ชัดเจน เพื่อให้รู้สึกปลอดภัย
3. ความยากในการสื่อสาร (Communication Difficulties)
  • การไม่สามารถอธิบายความรู้สึกหรือขอความช่วยเหลือได้ ทำให้เด็กเก็บความเครียดไว้ภายใน
  • ความอัดอั้นนั้นมักแสดงออกเป็นการระเบิดอารมณ์ หรือพฤติกรรมหลีกหนี
4. ปัญหาทางสังคม (Social Anxiety)
  • การตีความอารมณ์ สีหน้า และภาษากายของคนอื่นยาก ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ
  • เด็กออทิสติกจำนวนมากวิตกกับสถานการณ์ที่ต้องพูดคุยหรืออยู่ในกลุ่ม
5. ประสบการณ์ลบในอดีต
  • การถูกล้อ ถูกดุ หรือถูกบังคับในสถานการณ์ที่เกินความสามารถ
  • ทำให้เกิดความกลัวต่อการเผชิญเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันในอนาคต
ลักษณะของ ความวิตกกังวลในออทิสติก ความวิตกกังวลอาจแสดงออกได้หลายรูปแบบ เช่น:
  • การทำพฤติกรรมซ้ำ (repetitive behaviors) เช่น เดินวน เขย่ามือ เพื่อปลอบตัวเอง
  • การเก็บตัว หลีกเลี่ยงสังคม
  • การระเบิดอารมณ์ (meltdown) เมื่อสิ่งเร้าเกินรับไหว
  • มีปัญหาการนอนหลับ
  • อาการทางกาย เช่น ปวดท้อง หายใจเร็ว เหงื่อออก มือสั่น
วิธีช่วยลดความวิตกกังวล

1. จัดโครงสร้างชีวิตให้คาดเดาได้
  • ใช้ ตารางภาพ (Visual Schedule)
  • เตือนล่วงหน้าก่อนเปลี่ยนกิจกรรม
2. สร้างมุมสงบ (Calm Zone)
  • ให้เด็กมีพื้นที่ส่วนตัวเมื่อรู้สึกเครียด
  • อาจมีของปลอบใจ เช่น ผ้าห่มถ่วงน้ำหนัก ของเล่นบีบ หรือหูฟังตัดเสียง
3. ฝึกเทคนิคผ่อนคลาย
  • การหายใจช้าและลึก
  • การนับเลข หรือใช้แอปผ่อนคลาย
  • การออกกำลังกายเบา ๆ เช่น เดิน ยืดกล้ามเนื้อ
4. ใช้การเสริมแรงเชิงบวก (Positive Reinforcement)
  • ชมเมื่อเด็กสามารถจัดการอารมณ์ได้ดี
  • ใช้รางวัลเล็ก ๆ เพื่อเสริมแรงจูงใจ
5. ทำงานร่วมกับนักบำบัด
  • CBT (Cognitive Behavioral Therapy) ที่ปรับให้เหมาะกับเด็กออทิสติก
  • การบำบัดด้วยกิจกรรม (Occupational Therapy) เพื่อจัดการ sensory overload
️บทสรุป
  • การเข้าใจ สาเหตุ แรงกระตุ้น และสัญญาณเตือน จะช่วยให้ผู้ปกครองและครูสามารถช่วยได้อย่างเหมาะสม
  • เด็กออทิสติกไม่ได้ ดื้อ หรือ กลัวเกินเหตุ แต่เขาตอบสนองต่อโลกที่ยากต่อการคาดเดาในแบบของตนเอง
  • ด้วยความเข้าใจ ความสม่ำเสมอ และการสนับสนุนที่อ่อนโยน พวกเขาสามารถเรียนรู้ที่จะจัดการความวิตกกังวลได้ดีขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง
6 ขั้นตอนฝึกให้ชอบอาหารใหม่ ๆ ในเด็กออทิสติก
เด็กหลายคน โดยเฉพาะเด็กออทิสติก มักมีความรู้สึกเชิงลบกับอาหารใหม่ ๆ ซึ่งอาจเกิดจากประสบการณ์ไม่ดี ความเครียดจากประสาทสัมผัส หรือปัญหาในการควบคุมสิ่งแวดล้อม เป้าหมายคือ เปลี่ยน อคติทางอาหาร (food aversion) ให้กลายเป็น ทัศนคติเชิงบวก (positive food attitudes) ผ่านแนวทางแบบค่อยเป็นค่อยไป
ความรักและความสัมพันธ์ในออทิสติก
ผู้ที่มีภาวะออทิสติกมักมี วิธีแสดงความรักและความผูกพัน ที่แตกต่างจากคนทั่วไป เช่น อาจไม่สบตา ไม่กอด หรือไม่พูดคำหวาน แต่ไม่ได้หมายความว่า พวกเขาไม่มีความรักหรือไม่ต้องการความสัมพันธ์ เพียงแต่การแสดงออกของเขาไม่อยู่ในรูปแบบที่สังคม คาดหวัง
ออทิสติกและโรคลมชัก: มีความเชื่อมโยงกันหรือไม่?
ความสัมพันธ์ระหว่างออทิสติกกับโรคลมชัก งานวิจัยจำนวนมากพบว่า โรคลมชักพบได้บ่อยในบุคคลที่เป็นออทิสติก มากกว่าคนทั่วไป ประมาณ 20–30% ของเด็กออทิสติกอาจมีอาการชัก ในช่วงหนึ่งของชีวิต
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy