แชร์

การเปลี่ยนผ่านสู่วัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ในเด็กออทิสติก

การเปลี่ยนผ่านสู่วัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ในเด็กออทิสติก

การเปลี่ยนผ่านจาก วัยเด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ เป็นช่วงเวลาที่สำคัญและเปราะบางโดยเฉพาะสำหรับเยาวชนออทิสติก เพราะเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และความคาดหวังของสังคมที่เพิ่มขึ้น

บทความนี้เน้นช่วยผู้ปกครองเข้าใจว่า

  • ควรเริ่มเตรียมตัวเมื่อไหร่
  • ต้องสอนทักษะอะไรบ้าง
  • ต้องวางแผนอนาคตอย่างไร
  • และจะช่วยให้ลูกมีความมั่นใจในการใช้ชีวิตได้อย่างไร

1. การวางรากฐานตั้งแต่วัยเด็ก
การเตรียมตัวไม่ควรรอจนเข้าสู่วัยรุ่น แต่ควรเริ่มตั้งแต่เด็ก โดยเน้นให้เด็กมี

  • ทักษะดูแลตัวเองพื้นฐาน
  • การสื่อสารความต้องการ
  • ทักษะการจัดการอารมณ์ (self-regulation)
  • ความเข้าใจเรื่องขอบเขตส่วนตัวและความปลอดภัย

สิ่งเหล่านี้จะเป็นฐานสำคัญเมื่อเขาต้องเจอสังคมที่ซับซ้อนขึ้นในวัยรุ่น

2. วัยรุ่น: การเปลี่ยนแปลงที่ท้าทาย

  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและอารมณ์
    วัยรุ่นทุกคนต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน แต่สำหรับออทิสติก ความรู้สึกอ่อนไหวและความเครียดอาจรุนแรงกว่า ทำให้เกิด

  • อารมณ์แปรปรวน
  • ความวิตกกังวลสูง
  • การระเบิดอารมณ์เกิดบ่อยขึ้น
  • การเข้าสังคมและเพื่อนเด็กวัยรุ่นออทิสติกอาจเจอปัญหา เช่น
  • อ่านสัญญาณทางสังคมยาก
  • ถูกเพื่อนเข้าใจผิด
  • เสี่ยงถูกรังแก
ผู้ปกครองต้องช่วยฝึกทักษะสังคมในสถานการณ์จริงแบบค่อยเป็นค่อยไป
  • เรื่องเพศและความปลอดภัย เรื่องเพศเป็นสิ่งที่ควรสอนอย่างเป็นขั้นตอน
  • การยินยอม
  • ขอบเขตส่วนตัว
  • การปฏิเสธอย่างปลอดภัย
  • ความสัมพันธ์ที่เหมาะสม
    เนื่องจากวัยรุ่นออทิสติกอาจตีความความสนใจของคนอื่นผิดได้ง่าย

3. การเตรียมความพร้อมด้านการศึกษาและอาชีพ
ผู้ปกครองควรเริ่มวางแผนเมื่อเด็กเข้าใกล้อายุ 1416 ปี โดยเน้น 3 ส่วนสำคัญ

1) ทักษะชีวิตประจำวัน (Life Skills)

  • จัดการเวลา
  • ทำงานบ้าน
  • การดูแลสุขภาพและความสะอาด
  • การวางแผนการเงินเบื้องต้น

2) ทักษะอาชีพ (Vocational Skills)

  • งานง่าย ๆ ในชุมชน
  • กิจกรรมฝึกงาน
  • สำรวจความสนใจและจุดแข็ง
  • ใช้บริการแนะแนวอาชีพเฉพาะทางสำหรับออทิสติก


3) แผนการศึกษา (Transition Plan)
หากอยู่ในระบบโรงเรียนควรมีแผนเปลี่ยนผ่าน เพื่อเตรียมตัวเด็กอย่างเป็นระบบ เช่น

  • การฝึกการเดินทาง
  • ทักษะการหางาน
  • ทักษะการเข้าสังคมในที่ทำงาน

4. การเปลี่ยนผ่านสู่วัยผู้ใหญ่: ความรับผิดชอบและการใช้ชีวิตอิสระ

  • ทักษะการใช้ชีวิตอิสระ (Independent Living Skills)เช่น
  • การจัดการเงิน
  • การเดินทางด้วยตัวเอง
  • การเตรียมอาหารง่าย ๆ
  • การจัดตารางชีวิต
    ระดับ อิสระมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน ไม่ควรเปรียบเทียบ
  • สุขภาพจิตและการสนับสนุนระยะยาว
    เด็กออทิสติกจำนวนมากต้องการผู้ใหญ่ที่ อยู่ใกล้เป็นเครือข่ายสนับสนุน แม้โตแล้ว เช่น
  • ช่วยจัดการเอกสาร
  • นัดหมอ
  • ดูแลเรื่องการเงิน
  • สนับสนุนเมื่อเกิดภาวะวิตกกังวล
  • การเข้าร่วมชุมชน สนับสนุนให้ผู้ใหญ่ที่เป็นออทิสติกเข้าร่วม
  • กลุ่มเพื่อน
  • กิจกรรมตามความสนใจ
  • งานอาสา
  • ชุมชนคนออทิสติก
    เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม
5. บทบาทของครอบครัว: จาก ผู้ดูแล ผู้สนับสนุน
ผู้ปกครองควรค่อย ๆ เปลี่ยนบทบาท
  • จากการจัดการทุกอย่างให้ ไปเป็น โค้ชด้านชีวิต
  • ให้เด็กลองตัดสินใจด้วยตัวเอง แม้จะผิดพลาดบ้าง
  • สอนให้รู้ว่าเมื่อไหร่ควรขอความช่วยเหลือ

เป้าหมายคือ ความสามารถในการบริหารชีวิตตามศักยภาพของตน

บทสรุป การเปลี่ยนผ่านจากวัยเด็กสู่ผู้ใหญ่ในออทิสติกควรต้อง

  • วางแผนล่วงหน้า
  • สอนทักษะชีวิตแบบค่อยเป็นค่อยไป
  • ให้ความเข้าใจด้านอารมณ์
  • เตรียมทักษะอาชีพและสังคม
  • และสร้างเครือข่ายสนับสนุนระยะยาว
การเปลี่ยนผ่านที่ดีคือ การสร้างโลกที่เด็กออทิสติกสามารถเป็นตัวเองได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และมีศักดิ์ศรี

บทความที่เกี่ยวข้อง
สมาธิสั้น เเละ ออทิสติก มักถูกวินิจฉัยสลับกัน สิ่งที่พ่อแม่ควรรู้!!
ADHD (ภาวะสมาธิสั้น) และ Autism (ออทิสติก) มีอาการทับซ้อนกันจำนวนมาก ทำให้ แพทย์อาจวินิจฉัยผิดพลาด หรือเด็กถูกมองข้ามการวินิจฉัยโรคหนึ่ง ซึ่งส่งผลให้การช่วยเหลือไม่ตรงจุด
การบำบัดออทิสติกด้วยการกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม (Environmentally Enriched Autism Therapy)
การบำบัดแบบนี้เป็นแนวทางที่ใช้ “สิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสิ่งกระตุ้นเชิงบวก” เพื่อช่วยให้สมองของเด็กออทิสติกเกิดการเรียนรู้และการพัฒนาได้ดีขึ้น
ทีเอ็มเอส  (TMS) รักษาอาการหลักของโรคออทิสติก (ASD) ได้แล้ว
เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 2024 ในวารสารการแพทย์เฮลิยอน มีบทความตีพิมพ์ฉบับล่าสุดเกี่ยวกับการทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบ (systematic review) สำหรับการรักษาโรคออทิสติกด้วยเครื่องกระตุ้นคลื่นแม่เหล็กผ่านสมอง (Yuan, 2024) นี่เป็นอีกครั้งที่ TMS (Transcranial Magnetic Stimulation)
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy