การรับมือกับอารมณ์ของเด็กออทิสติก

การรับมือกับอารมณ์ของเด็กออทิสติก
ความสำคัญของการเข้าใจอารมณ์ในเด็กออทิสติก เด็กออทิสติกมักมีความท้าทายในการ:
- แยกแยะความรู้สึกของตัวเอง
- แสดงความรู้สึกอย่างเหมาะสม
- อ่านหรือเข้าใจอารมณ์ของผู้อื่น
- อารมณ์ เช่น ความโกรธ กลัว เศร้า หงุดหงิด หรือดีใจ อาจปรากฏออกมาด้วยพฤติกรรมรุนแรง เช่น ตะโกน โยนของ กรีดร้อง หรือเก็บตัว
สาเหตุที่ทำให้เด็กออทิสติกจัดการอารมณ์ได้ยาก
1.ความล่าช้าทางพัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสาร
เด็กอาจยังพูดไม่ได้หรือสื่อสารได้จำกัด จึงไม่สามารถบอกว่า "ฉันโกรธ" หรือ "ฉันเครียด"
2.ความไวต่อสิ่งเร้าทางประสาทสัมผัส
แสง สี เสียง กลิ่น หรือการสัมผัสบางอย่าง อาจกระตุ้นให้เกิดอารมณ์เชิงลบได้โดยง่าย
3.โครงสร้างสมองที่แตกต่าง
งานวิจัยบางชิ้นชี้ว่า การทำงานของสมองในผู้ที่มีภาวะออทิสติกแตกต่างจากเด็กทั่วไป ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประมวลอารมณ์
แนวทางการสนับสนุนอารมณ์ของเด็กออทิสติก
1. สังเกตสัญญาณเตือนล่วงหน้า
- เรียนรู้พฤติกรรมก่อนการระเบิดอารมณ์ เช่น เคาะเท้า หน้าตึง ไม่สบตา
- ใช้แบบฟอร์มจดบันทึกหรือไดอารี่พฤติกรรม เพื่อหาต้นตอของความเครียด
- ใช้ภาพใบหน้า หรือการ์ดอารมณ์ช่วยเด็กเข้าใจว่าอารมณ์ที่รู้สึกคืออะไร เช่น โกรธ / เศร้า / กลัว
- หากพูดไม่ได้ ใช้ระบบสื่อสารทางเลือก (เช่น PECS)
- สอนวิธีหายใจลึก ๆ
- ใช้มุมสงบหรือ "calm down corner"
- ใช้ของเล่นช่วยคลายเครียด เช่น ลูกบอลบีบ แผ่นน้ำหนัก
4. ยอมรับความรู้สึกของเขา
- พูดว่า แม่รู้ว่าหนูโกรธ แทนการบอกว่า อย่าร้อง
- การยอมรับความรู้สึกเป็นก้าวแรกก่อนสอนวิธีรับมือ
5. สร้างกิจวัตรที่ปลอดภัยและคาดการณ์ได้
- เด็กออทิสติกมักรู้สึกมั่นใจเมื่อสิ่งต่าง ๆ เป็นระบบ
- ตารางกิจวัตรประจำวันช่วยลดความกังวล และป้องกันพฤติกรรมรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลง
- อย่าตอบโต้ด้วยอารมณ์: ให้คุณเป็น "จุดสงบ" ที่ลูกสามารถพึ่งพาได้
- ฝึกบ่อย ๆ และค่อยเป็นค่อยไป
- หากปัญหาอารมณ์รุนแรง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักจิตวิทยา หรือนักบำบัดพฤติกรรม
การสนับสนุนเด็กออทิสติกในการจัดการอารมณ์ ไม่ใช่เรื่องของการ "ควบคุมพฤติกรรม" เพียงอย่างเดียว แต่คือการ สร้างความเข้าใจ และ พัฒนาเครื่องมือทางอารมณ์ ที่เหมาะกับตัวเขา
Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
ADHD (ภาวะสมาธิสั้น) และ Autism (ออทิสติก) มีอาการทับซ้อนกันจำนวนมาก ทำให้ แพทย์อาจวินิจฉัยผิดพลาด หรือเด็กถูกมองข้ามการวินิจฉัยโรคหนึ่ง ซึ่งส่งผลให้การช่วยเหลือไม่ตรงจุด
การบำบัดแบบนี้เป็นแนวทางที่ใช้ “สิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสิ่งกระตุ้นเชิงบวก” เพื่อช่วยให้สมองของเด็กออทิสติกเกิดการเรียนรู้และการพัฒนาได้ดีขึ้น
เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 2024 ในวารสารการแพทย์เฮลิยอน มีบทความตีพิมพ์ฉบับล่าสุดเกี่ยวกับการทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบ (systematic review) สำหรับการรักษาโรคออทิสติกด้วยเครื่องกระตุ้นคลื่นแม่เหล็กผ่านสมอง (Yuan, 2024) นี่เป็นอีกครั้งที่ TMS (Transcranial Magnetic Stimulation)


