แชร์

การบำบัดออทิสติกด้วยการกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม (Environmentally Enriched Autism Therapy)

การบำบัดออทิสติกด้วยการกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม (Environmentally Enriched Autism Therapy)

การบำบัดแบบนี้เป็นแนวทางที่ใช้ “สิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสิ่งกระตุ้นเชิงบวก” เพื่อช่วยให้สมองของเด็กออทิสติกเกิดการเรียนรู้และการพัฒนาได้ดีขึ้น โดยใช้หลักการว่า สมองสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอผ่านประสบการณ์ (Neuroplasticity)
แนวทางนี้มักเน้น
  • การกระตุ้นประสาทสัมผัสหลายรูปแบบ
  • การเล่นแบบมีปฏิสัมพันธ์
  • การเคลื่อนไหวร่างกาย
  • การใช้สิ่งของในสิ่งแวดล้อมเพื่อกระตุ้นการคิดและสื่อสาร
  • การเพิ่มความสนุก ความอยากรู้ และแรงจูงใจจากธรรมชาติของเด็ก

1) แนวคิดหลักของ Environmental Enrichment (EE)
EE คือการ “จัดสิ่งแวดล้อมให้สมองได้รับข้อมูลที่หลากหลาย” เช่น

  • ประสาทสัมผัส (สัมผัส เสียง กลิ่น แสง)
  • การเคลื่อนไหว (โยก เดิน ปีน คลาน กระโดด)
  • การแก้ปัญหา (ของเล่นที่ต้องคิด)
  • การเข้าสังคมผ่านการเล่น
  • การมีส่วนร่วมในกิจวัตรจริงของชีวิตประจำวัน

ความหลากหลายนี้ช่วยกระตุ้นสมองหลายส่วน เช่น

  • ภาษา
  • อารมณ์
  • การวางแผนการเคลื่อนไหว (motor planning)
  • การคิดเชิงเหตุผล
  • การตอบสนองทางประสาทสัมผัส

เด็กออทิสติกจำนวนมากมีปัญหาในระบบประสาทสัมผัส (Sensory) ฉนั้น EE จึงช่วยปรับให้สมองเรียนรู้การประมวลผลสิ่งเร้าได้ดีขึ้น

2) EE ต่างจากการบำบัดทั่วไปอย่างไร?
ต่างจากการบำบัดรูปแบบที่ “นั่งโต๊ะ” อย่างเดียว เช่น ABA หรือการฝึกเฉพาะทักษะ
EE จะไม่ใช่การสอนแบบฝืน ไม่เน้นคำสั่งทีละขั้นตอน ไม่บังคับให้เด็กต้องทำตาม แต่เน้น “การเปิดประสบการณ์” ให้เด็กได้ลองสำรวจ ทำให้เด็ก

  • มีความอยากรู้อยากลอง
  • กล้าเล่น
  • กล้าสื่อสาร
  • เปิดรับการเรียนรู้มากขึ้น

3) ตัวอย่างกิจกรรมที่ใช้ในการบำบัด EE
1. การกระตุ้นประสาทสัมผัส

  • ถาดทราย/ถั่ว/เจลบอล
  • ผ้าสัมผัสต่าง ๆ
  • เล่นน้ำ
  • เท-ตัก-ริน
  • ของเล่นมีเสียง/มีแสง
2. การเคลื่อนไหว
  • ปีนป่าย
  • ชิงช้า
  • แทรมโพลีน
  • โยกตัว
  • เล่นโยคะเด็ก
  • ลาก-ผลักของ
3. การเล่นร่วมกัน (Social play)
  • เล่นแกล้งงับ เล่นซ่อนหา
  • เล่นเลียนแบบ
  • เล่นสลับตา (taking turns)
  • เล่นบทบาทสมมติ
4. การแก้ปัญหา (cognitive enrichment)
  • บล็อก
  • ตัวต่อ
  • จิ๊กซอว์
  • เกมง่าย ๆ ที่ต้องคิดหรือเลือก
5. ใช้ของจริงในบ้านเป็นสื่อ
  • ตีหม้อ กระทะ
  • เล่นริมฝีปากกับหลอด
  • จัดตะกร้าของ
  • ช่วยทำงานบ้านง่าย ๆ

สิ่งเหล่านี้ช่วยกระตุ้นสมองและทำให้เด็กเชื่อมโยงการสื่อสารกับกิจกรรมจริงได้ดีขึ้น

 4) ประโยชน์ของการบำบัดแบบ EE ต่อเด็กออทิสติก
การบำบัดแบบนี้มีผลดีหลายด้าน:

  • พัฒนาภาษา
เด็กเริ่มใช้เสียง คำ หรือสัญลักษณ์เพื่อสื่อสารมากขึ้น เพราะมีสถานการณ์ที่กระตุ้นการสื่อสารโดยธรรมชาติ
  • ลดพฤติกรรมซ้ำ ๆ และลดความตึงเครียด
สิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมช่วยลดการ overload ของประสาทสัมผัส
  • พัฒนาทักษะทางสังคม
เด็กเรียนรู้การมองหน้า รอคอย เล่นร่วมกันแบบไม่ถูกบังคับ
  • พัฒนาทักษะการเคลื่อนไหว
กิจกรรมแบบปีน กระโดด ลาก-ผลัก ช่วยให้ motor planning ดีขึ้น
  •  สมองมีพัฒนาการดีขึ้น

การกระตุ้นหลายช่องทางช่วยให้สมองสร้างเส้นใยประสาทใหม่ (neural connections)

5) EE เหมาะกับเด็กกลุ่มใดเป็นพิเศษ?

  • เด็กออทิสติกที่มีปัญหาประสาทสัมผัส
  • เด็กที่ไม่ชอบนั่งโต๊ะ
  • เด็กที่ไม่พูดหรือมีความล่าช้าทางภาษา
  • เด็กที่มีการระเบิดอารมณ์ง่าย
  • เด็กที่ไม่สนใจของเล่นทั่วไป
  • เด็กที่ต้องการการเรียนรู้จากของจริงมากกว่าภาพ/คำสั่ง
    EE สามารถใช้ร่วมกับการบำบัดอื่น เช่น ABA, ESDM, OT, SLP ได้เช่นกัน
 6) บทบาทของผู้ปกครองใน EE

ผู้ปกครองคือหัวใจสำคัญของการบำบัด เพราะสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวันคือห้องเรียนที่ดีที่สุด
ผู้ปกครองสามารถทำได้ง่าย ๆ เช่น

  • จัดมุมประสาทสัมผัส
  • เล่นกับลูกแบบโต้ตอบมากขึ้น
  • ชวนสำรวจบ้าน/สวน/ของจริง
  • ลดสิ่งเร้าที่ทำให้เครียด เช่น แสงจ้า เสียงดัง
  • ทำกิจกรรมสั้น ๆ แต่บ่อย ๆ
    ความสม่ำเสมอในบ้านช่วยให้ผลลัพธ์ดีกว่าการบำบัดสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง

7) ข้อควรระวัง / ความเข้าใจผิด

Environmental Enrichment (EE) ไม่ใช่

  • ปล่อยให้เด็กเล่นคนเดียว
  • เปิดของเล่นเยอะ ๆ แต่ไม่มีปฏิสัมพันธ์
  • ใช้สิ่งเร้ามากจนเกินไปจนเกิด overload

Environmental Enrichment (EE) คือ

  • เลือกสิ่งเร้าที่ “เหมาะสม”
  • จัดให้เป็นลำดับ
  • เล่นแบบโต้ตอบกับเด็ก
  •  ให้พื้นที่ปลอดภัยและสนุก

บทความที่เกี่ยวข้อง
สมาธิสั้น เเละ ออทิสติก มักถูกวินิจฉัยสลับกัน สิ่งที่พ่อแม่ควรรู้!!
ADHD (ภาวะสมาธิสั้น) และ Autism (ออทิสติก) มีอาการทับซ้อนกันจำนวนมาก ทำให้ แพทย์อาจวินิจฉัยผิดพลาด หรือเด็กถูกมองข้ามการวินิจฉัยโรคหนึ่ง ซึ่งส่งผลให้การช่วยเหลือไม่ตรงจุด
ทีเอ็มเอส  (TMS) รักษาอาการหลักของโรคออทิสติก (ASD) ได้แล้ว
เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 2024 ในวารสารการแพทย์เฮลิยอน มีบทความตีพิมพ์ฉบับล่าสุดเกี่ยวกับการทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบ (systematic review) สำหรับการรักษาโรคออทิสติกด้วยเครื่องกระตุ้นคลื่นแม่เหล็กผ่านสมอง (Yuan, 2024) นี่เป็นอีกครั้งที่ TMS (Transcranial Magnetic Stimulation)
5 วิธีช่วยให้เด็กออทิสติกที่ไม่พูด เริ่มสื่อสารและเริ่มพูด
“เด็กที่ไม่พูด” (Nonspeaking) ไม่ได้หมายความว่าเด็กพูดไม่ได้ แต่หมายถึงยัง “ไม่ใช้การพูดเป็นช่องทางหลักในการสื่อสาร” และต้องการวิธีการสนับสนุนที่ถูกต้อง เป็นลำดับขั้นตอน
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy